ศูนย์นวัตกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพร (CHI-Center)

Spread the love
ศูนย์นวัตกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพร

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพรเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและระดับโลก โดยขับเคลื่อนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรมนี้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย สอดคล้องกับนโยบาย BCG, Thailand 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ควบคู่กับจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาสมุนไพร และฐานการผลิตของประเทศ อีกทั้งแนวโน้มผู้บริโภคมุ่งสู่ Natural & Clean Beauty ที่เน้นความปลอดภัย ความโปร่งใส ความยั่งยืน และหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

ดังนั้น การดำเนินงาน ศูนย์นวัตกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพร (Cosmetic and Herbal Innovation Center; CHIC) จึงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ในการบูรณาการการเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการ โดยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ (คัดเลือก–สกัดสารสำคัญ) กลางน้ำ (พัฒนาสูตร ควบคุมคุณภาพ วิเคราะห์สารและสิ่งปนเปื้อน) ถึงปลายน้ำ (ประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การขึ้นทะเบียน และการต่อยอดเชิงพาณิชย์) เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

 

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มการแข่งขันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น องค์ความรู้ใหม่ ๆ ทักษะวิชาชีพ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย และทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญ เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมเครื่องสำอางเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันได้ ดังนี้

  1. ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูง อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพรไทยขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานความรู้ทั้งวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง เภสัชศาสตร์ และเทคโนโลยีชีวภาพ
  2. ช่องว่างระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม หลักสูตรการศึกษาในปัจจุบันยังขาดความเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสมุนไพรที่มีมาตรฐานระดับสากล
  3. ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถาบันการศึกษายังขาดห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้งการวิเคราะห์วัตถุดิบ การพัฒนาสูตรตำรับ การทดสอบความปลอดภัย และการประเมินประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ในระดับที่สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม
  4. การแข่งขันที่มีความรุนแรงในทุกระดับ ผู้ประกอบการไทยเผชิญกับการแข่งขันจากบริษัทข้ามชาติที่มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาในระดับสูง ทำให้จำเป็นต้องยกระดับนวัตกรรมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสนับสนับสนุนด้านการเรียนการสอนบูรณาการด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และส่งเสริมการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning) และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงในอุตสาหกรรม
  2. เพื่อส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนาสารสกัดจากพืชและสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพเชิงเครื่องสำอางและเวชสำอาง
  3. เพื่อสนับสนุนด้านบริการวิชาการแก่สังคม ให้คำปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน และบุคคลทั่วไป
  4. เพื่อส่งเสริมด้านการสร้างรายได้ การให้บริการวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การรับจ้างวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบภายใต้ความร่วมมือกับภาคเอกชน

การเพิ่มภาระงานมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เช่น อาจารย์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาให้มีคุณภาพ และความพร้อมด้านสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ ฝึกทักษะ ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันที่สอดรับกับความต้องการของประเทศและสังคมอย่างยั่งยืน ดังนี้

  1. ยกระดับงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) จากงานวิจัยด้านสารสกัดธรรมชาติ เทคโนโลยีการนำส่ง และการประเมินความคงตัว/ความปลอดภัย
  2. สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสูตร การทดสอบคุณภาพ การประเมินความเสี่ยงของสิ่งปนเปื้อน และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  3. ผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะตรงกับอุตสาหกรรม พัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ การวิเคราะห์เชิงลึก และการคิดเชิงนวัตกรรม ให้สามารถทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศและนานาชาติ เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อผลักดันการวิจัยและนวัตกรรมสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

ศูนย์นวัตกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพร
Logo-Thai Logo-English